พี่น้องครับ ชีวิตคนเรามันก็เหมือนการเดินทางนั่นแหละ บางช่วงก็ต้องมีเปลี่ยนรถ เปลี่ยนพาหนะกันบ้าง โดยเฉพาะเจ้ากระบะคู่ใจที่อยู่กับเรามานาน จะถึงเวลาปล่อยมือก็อดไม่ได้ที่จะเสียดาย และไม่อยากให้ใครมาตีค่าต่ำกว่าความเป็นจริง ผมเองก็เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ผ่านการซื้อขายมาก็เยอะ จะบอกว่ารู้ทุกเรื่องก็คงไม่ใช่ แต่พอจะจับทางได้บ้าง ว่าไอ้การที่จะขายรถกระบะสักคันให้ได้ราคาดี ไม่โดนกดจนจุกเนี่ย มันมีเคล็ดลับอยู่ไม่กี่อย่าง ขอเล่าให้ฟังแบบคนกันเองนะครับ
เข้าใจตลาด รับซื้อรถกระบะ: เริ่มต้นที่ข้อมูล
ก่อนอื่นเลยนะ พ่อแม่พี่น้องเอ๊ย เราต้องเข้าใจตลาดให้ขาดก่อน เหมือนเราจะค้าขายอะไรสักอย่าง เราต้องรู้ว่าของที่เรามี มันมีค่าแค่ไหนในสายตาคนอื่น การจะขายรถกระบะสักคันก็เหมือนกันครับ อย่าเพิ่งใจร้อน เอาไปให้เต็นท์หรือคนกลางตีราคาเลยทีเดียว ลองใช้เวลาสักนิด ค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ดูสิครับ ทั้งเว็บไซต์ซื้อขายรถมือสอง เฟซบุ๊กกลุ่มรถกระบะรุ่นเดียวกับเรา หรือแม้แต่สอบถามจากเพื่อนฝูงที่อยู่ในวงการ
ลองดูว่ารถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน สภาพประมาณใกล้เคียงกัน เขาขายกันอยู่ที่เท่าไหร่ในตลาดตอนนี้ Mileage เท่าไหร่ รุ่นย่อยไหน ออปชั่นอะไรบ้าง พวกนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้เราเห็นกรอบราคาคร่าวๆ เหมือนตอนที่ผมทำ งานสกรีน ส่งลูกค้า เราต้องรู้ต้นทุนวัตถุดิบ รู้ค่าแรง รู้ราคาตลาด ถึงจะตั้งราคาที่เราไม่เสียเปรียบได้ การจะปล่อยรถกระบะสักคัน ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ ข้อมูลคืออำนาจนะนายหัว
สภาพรถยนต์: หัวใจของการตั้งราคาที่ยุติธรรม
ส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้ รับซื้อรถกระบะ คันโปรดของเราได้ราคาดี ไม่ใช่แค่ปีรถหรือยี่ห้อนะครับพี่น้อง แต่มันคือ "สภาพ" ของรถต่างหาก รถเก่าสภาพดี กับรถเก่าสภาพโทรม ราคาต่างกันลิบลับ ลองเดินวนดูรอบๆ คัน เปิดฝากระโปรงท้าย ดูห้องโดยสารให้ละเอียด ถามตัวเองแบบไม่อคติว่า ถ้าเราเป็นคนซื้อ เราจะพอใจกับสภาพนี้ไหม
- ภายนอก: สีซีดไหม มีรอยขูดขีด บุบ หรือเฉี่ยวชนตรงไหนหรือเปล่า กันชน ไฟหน้า ไฟท้าย ยังสภาพดีอยู่ไหม?
- ภายใน: เบาะขาดไหม แผงประตู พวงมาลัย คอนโซล มีรอยสึกหรอมากน้อยแค่ไหน ระบบแอร์ยังเย็นเจี๊ยบไหม กระจกไฟฟ้าขึ้นลงปกติหรือเปล่า?
- เครื่องยนต์และช่วงล่าง: ลองสตาร์ทฟังเสียงเครื่องดู มีเสียงแปลกๆ ไหม มีควันดำหรือควันขาวออกมาหรือเปล่า ลองขับดูสักนิด ช่วงล่างมีเสียงดังผิดปกติไหม เบรกยังหนึบอยู่หรือเปล่า?
- ยาง: ดอกยางยังเยอะอยู่ไหม มีรอยฉีกขาดหรือบวมบ้างหรือเปล่า?
- เอกสาร: สมุดคู่มือการเข้ารับบริการ เอกสารการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆ ยิ่งมีครบ ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือ
ทุกจุดที่ว่ามานี้ ล้วนมีผลต่อราคาแทบทั้งสิ้นครับ การสำรวจรถอย่างละเอียดด้วยตัวเอง จะทำให้เราเห็นภาพรวมและจุดเด่นจุดด้อยของรถเราได้ชัดเจนก่อนที่จะไปเจรจากับใคร
จุดแข็งที่เพิ่มมูลค่า: ทำอย่างไรให้รถกระบะของคุณโดดเด่น
บางทีรถกระบะของเราอาจจะมีอะไรพิเศษที่คนอื่นไม่มี ที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ เหมือนตอนที่ผมเลือกใช้หมึกอย่างดีกับ งานสกรีน ของผม แม้จะต้นทุนสูงหน่อย แต่ชิ้นงานที่ออกมามันคมชัด ติดทน ลูกค้าก็ยอมจ่ายแพงกว่า รถก็เช่นกันครับ
- ประวัติการบำรุงรักษา: ถ้าคุณมีสมุดคู่มือ ประวัติการเข้าศูนย์บริการที่ชัดเจน และทำตามระยะเวลามาตลอด นี่คือแต้มต่อที่สำคัญมาก แสดงว่าคุณดูแลรถมาอย่างดี
- ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุหนัก: อันนี้แน่นอนอยู่แล้วครับ ถ้าไม่เคยชนหนัก ไม่เคยจมน้ำ ตัวถังเดิมๆ โรงงาน ยิ่งเป็นที่ต้องการ
- ของแต่งที่มีประโยชน์: เช่น หลังคาแครี่บอย สไลด์เดอร์ท้ายกระบะ ล้อแม็กที่สวยและดูดี หากของแต่งเหล่านั้นยังอยู่ในสภาพดีและเป็นที่ต้องการของตลาด ก็อาจจะเพิ่มราคาได้อีกนิดหน่อย
- สภาพความสะอาด: ล้างรถดูดฝุ่น ให้ดูสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ แค่นี้ก็กินใจคนซื้อไปครึ่งหนึ่งแล้วครับ
อย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ครับ บางทีมันก็เป็นตัวตัดสินใจให้คนเลือกซื้อรถของเราเหนือกว่าคู่แข่งได้ง่ายๆ เลยนะ
คำนวณราคาที่เหมาะสม: อย่าให้ใครมาตัดสินใจแทนคุณ
เมื่อเราได้ข้อมูลตลาด ประเมินสภาพรถของตัวเอง และรู้จุดแข็งจุดด้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะกำหนดราคาขายที่เหมาะสมกับรถเราครับ อย่าเพิ่งบอกราคาแรกที่ตั้งใจในทันทีนะครับ ลองเว้นช่วงไว้เผื่อการต่อรองไว้บ้าง
- ตั้งช่วงราคา: กำหนดราคาต่ำสุดที่คุณรับได้ และราคาสูงสุดที่คุณอยากได้
- เปรียบเทียบกับต้นทุน: ลองคิดดูว่าถ้าเรานำรถไปซ่อมบำรุงในจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเพิ่มมูลค่าได้ จะคุ้มค่ากับเงินที่ได้เพิ่มขึ้นมาไหม
- ความใจเย็น: อย่ารีบร้อนขายจนเกินไป ถ้าเรามั่นใจในราคาที่เราตั้ง ลูกค้าที่สนใจจริง ๆ จะยอมจ่ายครับ
การเตรียมข้อมูลให้พร้อมและมีความเข้าใจในรถของตัวเอง จะช่วยให้คุณมีหลักในการเจรจาต่อรองกับผู้ที่มา รับซื้อรถกระบะ ได้อย่างมั่นใจ และแน่นอนว่าโอกาสที่จะได้ราคาที่คุณพอใจก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย
สรุป: ความรู้คือพลังในการขายรถ
พี่น้องครับ การจะขายรถกระบะคู่ใจสักคันให้ได้ราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่มันเป็นเรื่องของการเตรียมตัวและข้อมูลที่เรามีในมือต่างหาก ยิ่งเรามีความรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งเข้าใจตลาด ยิ่งรู้จักรถของตัวเองดีเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องไปกลัวว่าจะโดนกดราคา จนรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบครับ เชื่อผมเถอะครับว่า ถ้าเรามั่นใจในคุณค่าของสิ่งที่เรามี เราก็จะขายมันได้ด้วยความภาคภูมิใจและได้ราคาที่คุ้มค่ากับสิ่งที่รถกระบะคันนี้รับใช้เรามาตลอด