ads 728x90

อยากตั้งครรภ์แล้วแต่กินยาคุมกำเนิดมานานต้องเตรียมตัวอย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

สำหรับผู้ที่เคยกินยาคุมกำเนิดมานาน เมื่อถึงเวลาที่พร้อมที่จะตั้งครรภ์นั้น หลายคนอาจจะส่งสัยว่า หลังจากหยุดกินยาคุมแล้ว สามารถปล่อยให้ตั้งครรภ์ได้เลยหรือไม่ แล้วกินยาคุมมานานจะมีผลอะไรกับการตั้งครรภ์ไหม หรือกินยาคุมมานานจะมีผลต่อทารกในครรภ์หรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบค่ะ


ปล่อยให้ตั้งครรภ์หลังจากหยุดกินยาคุมกำเนิดได้หรือไม่
หลังจากที่คุณหยุดกินยาคุมกำเนิดแล้วยังไม่แนะนำให้ปล่อยให้ตั้งครรภ์ทันที ควรจะปล่อยให้ผ่านไปสัก 3 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้ระหว่าง 3 เดือนนี้ก็ควรจะคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นๆ แทน ซึ่งในช่วง 1-2 เดือนแรก คุณอาจจะไม่มีประจำเดือนก็ไม่ต้องตกใจนะค่ะเพราะคุณไม่ได้ตั้งครรภ์หรอกค่ะ เพียงแต่หลังจากหยุดกินยาคุมกำเนิดแล้ว ประจำเดือนอาจจะมาล่าช้ากว่าเดิม เมื่อประจำเดือนเริ่มมาเป็นปกติ (ประจำเดือนเริ่มมาเป็นปกติ 3 เดือนขึ้นไป) ค่อยปล่อยให้ตั้งครรภ์ตามธรรมชาติค่ะ ระหว่างนี้ก็คงต้องให้ว่าที่คุณพ่อมือใหม่คุมกำเนิดตัวเองไปก่อน (แนะนำว่าให้ใช้ถุงยางอนามัยไปก่อนช่วงนี้)

กินยาคุมกำเนิดมานานๆ จะตั้งครรภ์ยากจริงไหม
ถ้าเป็นการกินยาคุมกำเนิดสมัยก่อน หากกินนานๆ จะมีผลทำให้ผนังมดลูกบาง ทำให้การตั้งครรภ์ (การฝังตัวอ่อน) เป็นไปได้ยาก อันนี้จริงค่ะ แต่ถ้าเป็นยาคุมกำเนิดสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ปัญหาแบบนี้ไม่เป็นแล้วค่ะ แต่หากคุณใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย อันนี้มีผลต่อการตั้งครรภ์จริงค่ะ ดังนั้นหากคุณกินยาคุมกำเนิดแบบธรรมดา (21 หรือ 28 เม็ด) มานาน ก็ไม่ต้องกังวลไปนะค่ะว่าจะตั้งครรภ์ยาก

กินยาคุมกำเนิดมานานๆ จะมีผลต่อทารกในครรภ์ไหม
อันนี้เป็นอีกคำถามที่อยู่ในหัวของว่าที่คุณแม่มือใหม่ทุกคน และคงจะกังวลมากๆ เวลาที่จะเริ่มปล่อยให้ตั้งครรภ์ ความจริงแล้วการกินยาคุมกำเนิดนั้น หากเราหยุดกิน (หลังจากกินหมดแผงอย่างถูกต้อง) แล้วปล่อยระยะไว้ 3 เดือนขึ้นไป รอให้ประจำเดือนมาปรกติตามรอบเดือน แค่นี้ร่างกายของคุณก็พร้อมที่จะตั้งครรภ์แล้วค่ะ

ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อพร้อมจะตั้งครรภ์
อย่างที่บอกไปค่ะ หลังจากหยุดกินยาคุมแล้ว เมื่อพร้อมจะตั้งครรภ์ ให้ปล่อยให้ประจำเดือนมาก่อนสัก 3 เดือน จากนั้นค่อยให้ตั้งครรภ์ ส่วนเรื่องการเตรียมตัวก็เหมือนคนทั่วๆ ไปค่ะ คือ การออกกำลังกายให้พอเหมาะ นอนหลับพักผ่อนให้มาก กินอาหารให้ครบ ดื่มน้ำให้มาก และอย่าเครียด ที่เหลือก็อาจจะใช้เครื่องมือเข้าช่วย เช่น ชุดทดสอบวันตกไข่ (ทดสอบจากน้ำปัสสาวะ) หรือถ้าไม่อยากกังวลหรือเครียดขนาดนั้น ก็บอกว่าที่คุณพ่อให้ส่งการบ้านบ่อยๆ ก็ได้นะค่ะ

สรุปแล้ว ความเชื่อที่ว่ากินยาคุมกำเนิดมานานๆ จะตั้งครรภ์ยากนั้น ไม่ถูกต้องทีเดียวค่ะ ถ้าคุณกินยาคุมกำเนิดแบบปกติ ก็แค่หยุดรอให้ประจำเดือนมา 3 เดือนขึ้นไปแล้วค่อยปล่อยตามธรรมชาติ ส่วนความเชื่อที่ว่ากินยาคุมกำเนิดมานานๆ แล้วทารกในครรภ์จะพิการ สมองไม่ดี ฯลฯ อันนี้ก็ไม่เป็นความจริง ดังนั้นสบายใจได้ค่ะ

 ขอบคุณที่มา babytrick.com

เมนูสลัดรวมพลัง &โครเก็ตเจ้าปลาน้อย

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557




Toddler Menu (Mother&Care)
ภาพ : ต้นพงศ์/Stylist : อุษา

สลัดรวมพลัง

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 1 ฟอง

เนื้อกุ้งหั่นชิ้นเล็ก ๆ 3 ตัว

แครอทหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ

เมล็ดข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

เมล็ดถั่วลันเตา 1 ช้อนโต๊ะ

เมล็ดถั่วแดง 1 ช้อนโต๊ะ

ขนมปังโฮลวีตอบกรอบ (หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ) 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำสลัดสำเร็จรูป 1-2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ต้มไข่ให้สุกแล้วนำมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

2.ลวกเนื้อกุ้งจนสุก ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

3.ต้มแครอท เมล็ดข้าวโพด เมล็ดถั่วลันเตา และเมล็ด ถั่วแดงให้สุก พักไว้ในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ

4.นำส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้รวมทั้งขนมปังโฮลวีต อบกรอบใส่ในชามผสม ใส่น้ำสลัดลงไป เคล้าส่วนผสมให้เข้ากันเบา ๆ ตักใส่ชามพร้อมให้เด็ก ๆ หม่ำ

อาหารเด็ก




โครเก็ตเจ้าปลาน้อย

ส่วนผสม

เนื้อปลากะพงหั่นเต๋า ½ ถ้วยตวง

มันฝรั่ง 1 หัวกลาง

หัวหอมใหญ่สับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ

แครอทสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ

ไข่ไก่ 1 ฟอง

เนยจืด, เกลือป่น, พริกไทยป่น, แป้งสาลี, เกล็ดขนมปัง, น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

1.ตั้งน้ำลวกปลากะพง พอสุกให้ตักขึ้นพักไว้ จากนั้นนำเนื้อปลามายีให้ละเอียด

2.ปอกเปลือกล้างมันฝรั่ง ให้เป็นชิ้น ๆ นำไปต้มจนสุก จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด

3.ตั้งกระทะใส่เนยจืดลงไปเล็กน้อย ใส่หัวหอมใหญ่และแครอทลงไปผัดจนสุก

4.นำมันฝรั่งและปลากะพงที่เตรียมไว้มาใส่ในชามผสม จากนั้นนำหัวหอมใหญ่และแครอทที่ผัดไว้เทลงไป ใส่เกลือป่นและพริกไทยเล็กน้อย เคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลม ๆ

5.เทแป้งสาลีและเกล็ดขนมปังแยกจานเตรียมไว้ พร้อมตีไข่ไก่ใส่ชาม

6.ตั้งน้ำมันสำหรับทอด ระหว่างรอน้ำมันร้อนให้นำโครเก็ตที่ปั้นไว้ มาเคล้ากับแป้งสาลีบาง ๆ แล้วนำไปชุบไข่ จากนั้นนำมาเคล้ากับเกล็ดขนมปัง

7.พอน้ำมันร้อน จึงใส่โครเก็ตลงไปทอด รอจนสุกเหลืองจึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วจึงจัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ อาจกินคู่กับซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Vol.9 No.100 เมษายน 2556


(เสื้อผ้าเด็ก, เสื้อผ้าเด็กราคาถูก ,เสื้อผ้าเด็กอ่อน, เสื้อผ้าเด็กน่ารัก, เสื้อผ้าเด็กเล็ก, ชุดเด็ก, เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด)

ข้าวกล้องเด็กน้อย




Baby Menu (Mother&Care)
ภาพ : ต้นพงศ์/Stylist : อุษา

ข้าวกล้องเด็กน้อย

ส่วนผสม

ข้าวกล้องตุ๋น 2 ช้อนโต๊ะ

หัวไชท้าวปอกเปลือก (กะความยาวประมาณ 2 นิ้ว) 1 ท่อน

มะเขือเทศขนาดกลาง 1 ลูก

ไข่แดงต้มสุก ½ ฟอง

น้ำซุป


วิธีทำ

1.ต้มหัวไชท้าวและมะเขือเทศจนสุก จากนั้นนำมาครูดกับตะแกรง ใส่ถ้วยพักไว้

2.นำข้าวกล้องตุ๋น หัวไชท้าวครูด มะเขือเทศครูด และไข่แดงใส่หม้อต้ม เติมน้ำซุปเล็กน้อย เพื่อไม่ให้แห้งจนเกินไป คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ตั้งไฟจนเดือดจึงยกขึ้น


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Vol.9 No.101 พฤษภาคม 2556

(เสื้อผ้าเด็ก, เสื้อผ้าเด็กราคาถูก ,เสื้อผ้าเด็กอ่อน, เสื้อผ้าเด็กน่ารัก, เสื้อผ้าเด็กเล็ก, ชุดเด็ก, เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด) 

เมนูไข่น้ำเนื้อนุ่ม



Baby Menu (Mother&Care)
ภาพ : ต้นพงศ์/Stylist : อุษา

ไข่น้ำเนื้อนุ่ม

ส่วนผสม

ไข่แดง 1 ฟอง

ผักปวยเล้งสับละเอียด 1-2 ช้อนชา

นมที่ลูกดื่ม ¼ ถ้วยตวง

น้ำซุป 1 ถ้วยตวง

น้ำมัน

วิธีทำ

1.ตอกไข่ใส่ชาม ใช้เฉพาะไข่แดง จากนั้นใส่ผักปวยเล้ง และนมที่ลูกดื่มลงไป ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน

2.ตั้งกระทะเติมน้ำมันเล็กน้อย พอกระทะเริ่มร้อน จึงเทไข่ที่ตีแล้วลงไป ใช้ตะหลิวยี ๆ เหมือนทำไข่กวนจนไข่เป็นชิ้นเล็ก ๆ

3.พอไข่สุก ให้เติมน้ำซุปลงไป รอจนน้ำซุปเลือด จึงยกขึ้นพร้อมเสิร์ฟ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Vol.9 No.100 เมษายน 2556



(เสื้อผ้าเด็ก, เสื้อผ้าเด็กราคาถูก ,เสื้อผ้าเด็กอ่อน, เสื้อผ้าเด็กน่ารัก, เสื้อผ้าเด็กเล็ก, ชุดเด็ก, เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด) 

เมนูแกงจืดเด็กเส้น




Mom Menu (Mother&Care)
ภาพ : ฐานทอง/Stylist : อุษา

แกงจืดเด็กเส้น

ส่วนผสม

วุ้นเส้นห่อเล็ก (แช่น้ำ) 1 ห่อ

หมูสับ 100 กรัม

ฟองเต้าหู้แช่น้ำ (หั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2-3 นิ้ว) ½ ถ้วยตวง

เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 3-4 ดอก

เห็ดหูหนู 3 ดอก

ดอกไม้จีนแห้ง 10 ดอก

กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ

พริกไทย 7 เม็ด

รากผักชี 2-3 ราก

วิธีทำ

1.แบ่งกระเทียม พริกไทย และรากผักชี เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกบุบแค่พอแตกตักขึ้นพักไว้ อีกส่วนตำให้ละเอียด

2.หมักหมูสับโดยใช้กระเทียม พริกไทย รากผักชีที่ตำละเอียด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทรายคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน

3.นำดอกไม้จีนไปแช่น้ำจนนิ่ม จากนั้นล้างน้ำทิ้งสัก 1-2 น้ำ แล้วจึงมัดดอกไม้จีนให้เป็นปม พักไว้

4.วุ้นเส้นที่แช่น้ำจนนิ่มแล้ว ให้ใช้มีดหรือกรรไกรตัดแบ่งความยาวเพื่อสะดวกในการกิน จากนั้นจึงนำไปต้มจนสุก

5.ตั้งน้ำสะอาดใส่หม้อ พอเดือดจึงใส่กระเทียมพริกไทย และรากผักชีที่บุบเตรียมไว้ลงไป ตามด้วยหมูสับปั้นเป็นก้อน ๆ หย่อนลงไปต้ม คอยช้อนฟองออก

6.พอหมูเริ่มสุกและช้อนฟองออกจนหมดแล้ว จึงใส่เห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน และฟองเต้าหู้ลงไปต้ม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทรายเล็กน้อย รอจนเดือด จึงใส่ต้นหอมลงไป ค่อยปิดแก๊ส

7.ตักวุ้นเส้นใส่ถ้วยตามด้วยแกงจืดที่ต้มเตรียมไว้โรยหน้าด้วยพริกไทยป่นเล็กน้อย หรืออาจใส่วุ้นเส้นที่แช่น้ำจนนิ่มแล้ว ลงไปต้มแกงจืดได้เลย โดยใส่พร้อมกับเห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน และฟองเต้าหู้


(เสื้อผ้าเด็ก, เสื้อผ้าเด็กราคาถูก ,เสื้อผ้าเด็กอ่อน, เสื้อผ้าเด็กน่ารัก, เสื้อผ้าเด็กเล็ก, ชุดเด็ก, เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด)

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Vol.9 No.101 พฤษภาคม 2556

แตงโมคลายร้อน (Mother&Care) เพื่อลูกน้อย





แตงโมคลายร้อน (Mother&Care)

ส่วนผสม

เนื้อแตงโม 2 ถ้วยตวง

น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น ¼ ช้อนชา

น้ำแข็งป่น 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในโถปั่นน้ำผลไม้ จากนั้นจึงกดปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้วพร้อมดื่มคลายร้อน


(เสื้อผ้าเด็ก, เสื้อผ้าเด็กราคาถูก ,เสื้อผ้าเด็กอ่อน, เสื้อผ้าเด็กน่ารัก, เสื้อผ้าเด็กเล็ก, ชุดเด็ก, เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด)


เรื่องหวานชื่นของลูกกับจุกนมหลอก

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

การเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยสำหรับ คุณแม่มือใหม่ อาจจะเปรียบเหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เมื่อลูกร้องทีไร ก็ต้องตั้งสมมติฐานกันไว้ก่อนว่าลูกเป็นอะไร เมื่อคาดเดาได้รางๆ แล้วก็ต้องทำการทดลองดูสิว่าจะทำอย่างไรให้ลูกน้อยหยุดร้องไห้ ให้นมแล้วยังไม่หยุด ให้นมแล้วก็ยังคงร้องให้ สุดท้ายคุณแม่ใช้ไม้ตายที่ไม่เคยคิดว่าจะใช้ นั่นคือ หยิบจุกนมหลอก มาใส่ปากให้เจ้าตัวน้อยดูดเท่านั้นล่ะเสียงร้องไห้ก็หายไป เจ้าตัวเล็กสงบลง และดูจะถูกใจกับเจ้าจุกนมหลอกเอามากๆ เมื่อการทดลองประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเจ้าตัวน้อยอยู่ที่ไหนเป็นต้องเห็นพี่จุกนมหลอกอยู่ เคียงข้าง โดยมีคุณแม่กังวลใจอยู่ไม่ห่างเช่นกัน



เรื่องทุกอย่างเหมือนเหรียญที่ย่อมมีสองด้าน จุกนมหลอกก็มีทั้งข้อเสียและข้อดีเช่นกัน ฉะนั้นก่อนที่คุณแม่จะปักใจเชื่อว่า ความรักของเจ้าตัวเล็กกับจุกนมหลอกเป็นรักต้องห้าม เรามาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันก่อนดีกว่า





Good Bad
ช่วยให้เจ้าตัวน้อยหายงอแงได้ หากลูกติดจุกนมยางในช่วงเดือนแรกๆ อาจทำให้เกิดปัญหาต่อการเลี้ยงลูกด้วยนม
ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น เมื่อลูกหิว คุณแม่อาจให้ลูกดูดจุกนมยาง ขณะที่ไปเตรียมนมให้ลูก หรือ เบี่ยงเบนเมื่อลูกกำลังจะฉีดวัคซีน เจ้าตัวน้อยอาจตื่นมาร้องไห้กลางดึกบ่อยๆ หากดูดจุกนมยางจนหลับไป แล้วจุกนมยางหลุดออกจากปาก
ช่วยให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้น หนูน้อยอาจนอนหลับเองไม่ได้ หากไม่มีจุกนมยาง
มีงานวิจัยที่พบว่า การดูดจุกนมยางขณะหลับช่วยลดความเสี่ยงของภาวะไหลตายในเด็ก (SIDS) ได้ เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่หูชั้นกลาง อย่างไรก็ตาม สถิติการติดเชื้อที่หูในทารกนั้นมีไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับภาวะ SIDS
การติดจุกนมยางเลิกง่ายกว่าปล่อยให้ลูกติดดูดนิ้ว การติดจุกนมยางนานเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาทางทันตกรรมได้


 จุกนมหลอก...เมื่อไรดี การให้ลูกได้ลองใช้จุกนมหลอกเร็วเกินไป หรือก่อนที่ลูกจะดูดนมแม่ได้คล่อง ย่อมทำให้เจ้าตัวเล็กเกิดภาวะสับสนหัวนม ซึ่งอาจส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ดังนั้นหากคุณคิดจะให้ลูกดูดจุกนมหลอกก็ควรจะรอให้ลูกดูดนมแม่ได้ดี และดูดนมแม่จนเป็นกิจวัตรได้เสียก่อน ซึ่งเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มให้ลูกดูดจุกนมหลอกก็คือ เมื่อหนูน้อยอายุ 1 เดือนขึ้นไป



จุกนมหลอกจำเป็นหรือไม่สำหรับทารก หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าทารกจำเป็นจะต้องได้รับการปลอบประโลมและทำให้ รู้สึกอุ่นใจผ่อนคลาย จุกนมหลอกก็เป็นผู้ช่วยที่ดีทางหนึ่ง แต่เราขอแนะนำว่าให้เป็นทางเลือกท้ายๆ เมื่อคุณแม่ทำทุกวิธีแล้วลูกก็ยังคงงอแงอยู่จะดีกว่า



ติดจุกนมหลอกแล้ว เลิกยากหรือเปล่า เด็กๆ จะเลิกติดจุกนมหลอกได้เอง เมื่ออายุ 6-9 เดือน ซึ่งเป็นวัยที่หนูน้อยเริ่มคลานและหันไปสนใจสิ่งอื่นๆ แทน หากเห็นว่าลูกเริ่มไปสนใจสิ่งอื่นแล้ว ก็ควรหยุดที่จะหยิบยื่นจุกนมหลอกให้ลูกอีก อย่างไรก็ตามหนูน้อยยังอาจต้องการเจ้าจุกนมหลอกเป็นเพื่อนในเวลานอน แต่ทั้งนี้เด็กๆ จะเลิกดูดจุกนมหลอกโดยสิ้นเชิง เมื่ออายุ 2 ปีค่ะ



Pacifier Safety - หากคุณตกลงใจให้ลูกใช้จุกนมหลอกก็ควรดูแลเรื่องความสะอาดและปลอดภัยเป็นพิเศษด้วย



ควรล้างจุกนมอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หรือเมื่อใดก็ตามที่ตกลงพื้นหรือสกปรก โดยล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่



ไม่ควรผูกเชือกหรือริบบิ้นยาวๆ ติดกับจุกนมหลอก แล้วแขวนคอ หรือผูกข้อมือลูกไว้ เพราะเชือกอาจรัดคอลูกได้



จุกนมหลอกที่ขาดหรือชำรุด ควรทิ้งทันที และควรเปลี่ยนจุกนมหลอกให้ลูกใหม่ทุกๆ 2 เดือน



หากลูกเริ่มเคี้ยวจุกนมหลอก คุณควรเปลี่ยนให้ลูกใช้ของเล่นยางที่ทำขึ้นมาสำหรับให้ทารกกัดแทน



เลือกซื้อจุกหลอกที่ทำจากวัสดุชิ้นเดียว และมีฝาปิดซึ่งมีรูเพื่อระบายอากาศด้วย
 

Most Reading