ads 728x90

การดูแลรักษาเสื้อผ้าเด็กอ่อน

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556


การดูแลรักษาเสื้อผ้าเด็กอ่อน
ปกป้องรักษาอาการแพ้เสื้อผ้าที่สวมใส่ โดยการคัดเสื้อผ้าที่เหมาะสม

           เสื้อผ้าเด็ก เด็กทารก มักมีปัญหาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งโดยมากมาจากผง หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่สะอาด หรือมีสารเคมีแอบแฝงอยู่ โดยสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือเสื้อผ้าของลูกนี่เองค่ะ          

       เลือกคัดซื้อ เสื้อผ้าเด็ก จากเส้นใยธรรมชาติ โดยอย่างยิ่งผ้าฝ้ายจากเส้นใยธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ไม่มีการย้อมด้วยสารเคมี น้ำหอม หรือสาร formaldehyde resins อีกทั้งเนื้อผ้าเองก็มีความโปร่งสบายสามารถระบายอากาศได้ง่าย แม้ว่าจะมีมูลค่าแพงอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า          
         เนื่องด้วยผ้าฝ้ายจากเส้นใยธรรมชาติเหล่านี้มีความทนต่อการซักรีดสูง นอกจากจะใช้งานได้นานแล้วเจ้าตัวเล็กก็จะได้ไม่ต้องทรมานจากอาการระคายเคือง และตุ่มเล็กๆคัน        
        ซัก เสื้อผ้าเด็ก ให้ถูกวิถีทาง เนื่องด้วยว่าความสะอาดของ เสื้อผ้าเด็ก เป็นปัจจัยสำคัญ หากคุณพ่อคุณแม่ดูแลไม่ทั่วถึงก็อาจมีผลให้ลูกเกิดอาการแพ้เสื้อผ้าได้

ฉะนั้นหลังซื้อเสื้อผ้ามาแล้ว ควรซักก่อนให้ลูกใส่ค่ะ เนื่องด้วยแม้จะเป็นเสื้อผ้าเด็กชุดใหม่ แต่ก็อาจมีเศษฝุ่นหรือสารตกค้างที่มาจากกรรมวิธีการผลิต รวมถึงการสัมผัสระหว่างการผลิตก่อนหน้านี้ด้วย          
          ในการซักเสื้อผ้าเด็ก ไม่ควรใช้ผงซักฟอก เนื่องด้วยระดับความร้ายแรงของสารซักล้างของผู้ใหญ่อาจไม่เหมาะสมกับสภาพผิว ของลูก จึงควรเลือกคัดผลิตภัณฑ์สำหรับลูกโดยเฉพาะ เมื่อใดก็ตามที่เด็ก ๆ มีอาการคันเนื่องแต่การแพ้เสื้อผ้า เราไม่สามารถสั่งหรือดูแลไม่ให้เขาเกาตุ่มหรือเกาตรงบริเวณที่คันได้ ซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อที่ผิวหนังในเวลาต่อมา ฉะนั้นป้องกันก่อนที่จะสายย่อมดีกว่าแน่นอน

ขอบคุณข้อความดีๆ จาก http://www.select2baby.com/article

ท้องใหญ่ ท้องเล็ก มีผลต่อเด็กหรือไม่

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556


ท้องใหญ่ ท้องเล็ก มีผลต่อเด็กหรือไม่


มีลูกแล้ว 2 คนค่ะ ช่วยนี้อยากพักก่อน เลยทานยาคุมช่วย ทานมาได้ 4 เดือนแล้ว แต่สงสัยว่าทำไมทานแล้วถึงดูอ้วนขึ้น น้ำหนักขึ้นมาเกือบ 4 กิโล และรู้สึกว่าอยากอาหารมากขึ้น ไม่รู้เกี่ยวกันหรือเปล่า อีกอย่าง ตอนกลางคืนก็มักเจ็บหน้าอก และมีฝ้าขึ้นที่หน้า แต่ก่อนไม่เคยเป็น พอหยุดยาก็หาย ขอคำตอบจากคุณหมอด้วยค่ะ
“ทานยาคุมแล้วทำให้รูปร่างเปลี่ยนนั้น น่าจะเกิดจากผลข้างเคียงของฮอร์โมนครับ ทำให้ผู้ทานเจริญอาหารมากกว่าเดิม พอทานเยอะก็น้ำหนักขึ้น อ้วนง่าย ส่วนที่รู้จักเจ็บเต้านม อาจเกิดจากการคั่งของน้ำในร่างกายที่มากขึ้น ทำให้หน้าอกของผู้ทานขยายใหญ่ เกิดการตึงบริเวณนม จนรู้สึกเจ็บ

…สำหรับเรื่องฝ้าที่หน้า ถึงแม้อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็คงเป็นส่วนน้อยครับ ไม่น่าจะใช่สาเหตุหลัก

อาจเกิดจากที่ผู้ทานออกไปตากแดดเป็นเวลานาน การทาครีมป้องกันก็จะช่วยได้ครับ”

จำเป็นหรือไม่คะ ที่จะต้องทานอาหารเสริมในช่วงตั้งครรภ์ เห็นหลายคนแนะนำให้ทาน แต่ปกติเป็นคนทานเยอะอยู่แล้ว คิดว่าเพียงพออยู่แล้ว อย่างไรก็แนะนำด้วยค่ะ

“อาหารเสริมไม่ได้ช่วยให้ทารกมีสุขภาพแข็งแรงหรือมีพัฒนการที่ดีขึ้นอย่างที่คุณแม่เข้าใจครับ แต่การทานอาหารเสริมในคุณแม่ตั้งครรภ์ ทานเพื่อเสริมสร้างสารอาหารบางอย่างที่แม่ตั้งครรภ์ขาดไปครับ ช่วยให้แม่ตั้งครรภ์มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น เพราะในแม่ตั้งครรภ์หลายคน ก็มีโอกาสที่จะเกิดสารอาหารบกพร่อง หมอจึงแนะนำให้ทานอาหารเสริมเพิ่ม

…สำหรับสารอาหารที่จำเป็นต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ หลักๆ ก็คือ โปรตีน วิตามิน แคลเซียม ส่วนวิตามิน เราจะครอบคลุมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี วิตามินซี เอ ดี อี เค รวมทั้งโฟลิก ซึ่งปกติสารอาหารเหล่านี้ก็จะมีอยู่ในอาหารอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในนม ถ้าเป็นนมปกติ ไม่ใช่นมพร่องมันเนย ก็มีวิตามิน เอ ดี อี เค ซึ่งเป็นวิตามินหลักที่ละลายในไขมัน ถ้าคุณแม่ทานโดยที่ไม่ใช่นมพร่องมันเนย ก็จะได้สารอาหารครบถ้วนอยู่แล้ว ไม่ได้ขาดอะไรครับ”

ปกติแล้วเราสังเกตพัฒนาการของทารกในครรภ์จากการดูท้องว่าเล็กหรือใหญ่ได้ไหมคะ รู้สึกว่าตัวเองท้องเล็กกว่าเกณฑ์ ทั้งที่ตอนนี้ลูกอายุ 4 เดือนแล้ว

“คุณหมอจะวัดดูจากขนาดของทารกครับ ว่าในแต่ละอายุครรภ์มีการเจริญเติบโตมากน้อยเพียงไร ทารกมีน้ำหนักอยู่ในมาตรฐานหรือไม่ โดยจะมีกราฟของทารกที่อยู่ในครรภ์ ว่าแต่ละอายุครรภ์ 18 สัปดาห์ 24 สัปดาห์ 30 สัปดาห์ มีเกณฑ์มาตรฐานเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราวัดแล้ว ทารกมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ก็ถือว่าทารกมีความปกติดีครับ แต่ถ้าพบว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จึงค่อยให้ค่อยการดูแลเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมครับ”

ไปตรวจเมื่อเดือนก่อน ทราบจากคุณหมอว่ามีรกเกาะอยู่ทางด้านหน้าของมดลูก ก็ดูแลเป็นพิเศษ กังวลมาก รู้สึกตลอดเหมือนลูกไม่ค่อยดิ้น คิดไปเองหรือเปล่าไม่ทราบ อยากรู้วิธีสังเกตค่ะ

“คุณแม่จะรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวในท้องครับ ซึ่งลักษณะการเคลื่อนไหวแรก ๆ จะเป็นการกระเพื่อมผ่านทางน้ำคร่ำ ซึ่งหากรกของคุณแม่เกิดมาเกาะทางด้านหน้า อาจทำให้คุณแม่รู้สึกว่าทารกดิ้นช้าลง ซึ่งลักษณะการดิ้นในช่วงไตรมาส 2 ก็จะคล้ายในไตรมาสแรก อาจรู้สึกว่ากระเพื่อมมากกว่าเดิมเล็กน้อย อย่างไรก็โ ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยกว่าปกติ หรือไม่ดิ้นเลย โดยเฉพาะผ่านไปวัน สองวันแล้ว ไม่ดิ้นเลย ควรรีบมาพบแพทย์โดยทันทีครับ” เสื้อผ้าเด็ก

ขอขอบคุณ โรงพยาบาลกรุงธน 1
โทร. 0-2438-0040-5

การเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับวัย


การเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับวัย

การเลือกของเล่นให้เด็กเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย พ่อแม่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเลือกของเล่นที่ยากเกินไปสำหรับเด็ก เด็กที่เริ่มหัดเล่น พบว่าของเล่นที่ยากเกินความสามารถของเด็กจะทำให้ความตื่นเต้นในของเล่นใหม่ลดลง และเด็กจะให้ความสนใจน้อยมาก นอกจากนี้ความชอบของเด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย
เด็กมักชอบของเล่นที่ใช้ถือหรือกด ซึ่งมีทั้งยากและง่าย ฉะนั้นการเลือกจึงควรเริ่มต้นจากของเล่นที่ง่ายก่อนแล้วจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยากขึ้นตามลำดับ เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความรู้สึกขาดความมั่นใจ ดีที่สุดควรเลือกของเล่นที่ต่ำกว่าอายุเล็กน้อย
สำหรับเด็กที่ขาดประสบการณ์ในการเล่น นอกจากไม่สามารถเล่นได้เท่ากับระดับอายุของเขาแล้ว เด็กยังต้องการคำแนะนำจากผู้ใหญ่อีกด้วย ตัวอย่างเช่น เด็กอายุ 8 ปี ที่มีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ได้เทียบเท่าเด็กอายุ 3 ขวบ ของเล่นสำหรับเขาก็ไม่ควรสูงเกินระดับอายุ 3 ขวบ เช่นกัน

ประเภทของของเล่นสำหรับเด็ก
1.ของเล่นประเภทที่เด็กชอบ
2.ของเล่นที่เหมาะสมกับวัยตามพัฒนาการของเด็ก


1. ของเล่นประเภทที่เด็กชอบ
ของเล่นที่ทำให้เด็กพอใจ คือ ของเล่นที่เด็กสามารถเล่นได้ด้วยตัวเอง ในกรณีที่เด็กไม่สามารถบอกได้ว่าชอบแบบไหน ผู้ใหญ่ควรจะทราบเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กชอบในชีวิตประจำวันเสียก่อน แล้วจึงค่อยดึงเอาของเล่นของเล่นรวมเข้าไปด้วย เช่น ถ้าเด็กชอบเสียง ก็ควรเลือกของเล่นประเภทที่มีเสียง เช่น เสียงร้องสัตว์ พวกลากจูงของประเภทที่ใช้ฆ้อนตอกลงไปในรู กล่องที่มีช่องคล้ายตู้ไปรษณีย์เมื่อหย่อนของเล่นลงไปจะทำให้เกิดเสียง ปัจจุบันมีของเล่นที่มีประโยชน์มากมายซึ่งช่วยให้เด็กได้ระบายอารมณ์ เช่น กดปุ่มแล้วมีหน้าสัตว์ยื่นออกมา ดันสวิทซ์แล้วทำให้เกิดเสียงดนตรี เคาะปุ่มแล้วมีรูปภาพปรากฏขึ้น เราสามารถเลือกของเล่นตามความชอบของเด็ก ซึ่งนอกจากเป็นการให้รางวัลกับเด็กแล้วยังสามารถทำให้เด็กมีความสนใจในของเล่นที่ยาวนานอีกด้วย นั่นหมายความว่าเราประสบความสำเร็จในการเลือกของเล่นที่ดีที่สุดให้กับลูกและเสื้อผ้าเด็กอ่อน

2. ของเล่นที่เหมาะสมกับวัยตามพัฒนาการของเด็ก
           อายุ 0-6 เดือนของเล่นประเภทที่เด็กสามารถไขว่คว้าได้ พวกโมบาย กระดิ่ง กระจก ของเล่นที่เกี่ยวกับการมอง การถือ ประเภทที่เกี่ยวข้องกับปาก พวกดูด กัด ที่เด็กสามารถเอาเข้าปากได้
       เด็กอายุ 6- 12 เดือนของเล่นที่ใช้บีบ เพื่อให้เกิดเสียง ระฆัง สำหรับจับเขย่าของเล่นที่ใช้สำหรับลากดึง แท่งไม้ใหญ่ๆ สำหรับต่อเป็นรูปตึกเอามาเรียงตามแนวตั้งและแนวนอน
           เด็กอายุ 12-18 เดือนของเล่นประเภทให้เด็กตอก ดินสอเทียนสำหรับขีดเขียน แต่ไม่ใช่สำหรับการวาดรูป ลูกบอล ฆ้อน ของที่ใช้เสียบใส่ตามช่อง ทราย น้ำ สำหรับให้เด็กเล่น สมุดภาพสำหรับให้เด็กดู
           เด็กอายุ 18 เดือน - 2 ขวบกล่องที่มีช่อง 3-4 ช่อง สำหรับใส่แท่งพลาสติกทีมีรูปทรงต่างๆ ฆ้อนตอก หรือที่ใช้กด ห่วงกลมที่มีราวให้สามารถเลื่อนไปมาได้ ดินสอเทียน สำหรับให้เด็กเริ่มต้นเลียนแบบเส้นตรง สมุดภาพสัตว์ สิ่งของเครื่องใช้ เพื่อให้เด็กรู้จักสามารถเรียกชื่อได้ รถยนต์ ตุ๊กตา ของเล่นนุ่มๆ แท่งไม้ชิ้นเล็กๆ สำหรับต่อบ้าน
           เด็กอายุ 2-3 ขวบกล่องที่มีช่องหลายช่องสำหรับใส่รูปทรงต่างๆ ที่ตัดกระดาษ ก้อนไม้สีต่างๆ สำหรับจับคู่สี ของเล่นที่ใช่สร้างบ้าน ดินสอเทียน ดินสอสีไว้ระบายสมุดภาพ ลูกปัดโตๆ สำหรับให้เด็กร้อย
           เด็กอายุ 3- 4 ขวบภาพง่ายๆ 6 ชิ้นขึ้นไปเพื่อให้เด็กต่อ แท่งรูปทรงต่างๆ ที่ยากขึ้นสำหรับให้เด็กหยิบใสตรงช่อง รูปภาพสัตว์ สิ่งของง่ายๆ ให้เด็กจับคู่ ของเล่นที่ใช้ต่อประดิษฐ์สิ่งก่อสร้าง บ้านตุ๊กตา ที่ตัดกระดาษ กรรไกร
           พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องการให้ลูกอยู่กับตัวเองตามลำพังในช่วงสั้นๆได้บ้าง เด็กที่เป็นลูกคนเดียวมักเคยชินกับการอยู่กับผู้ใหญ่ ทำให้ไม่สามารถแยกอยู่ตามลำพังคนเดียวได้ แต่บางคนก็เคยชินต่อการอยู่ตามลำพังคนเดียว จนไม่ยอมรับที่จะสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ทำให้ขาดประสบการณ์ในการเล่น ไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมได้ ดังนั้นผู้ใหญ่จึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยการสอนให้เด็กรู้จักเล่น เพื่อที่เด็กจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นๆ เป็นการป้องกันปัญหาการปรับตัวที่อาจตามมาเมื่อเด็กเติบโตขึ้น

หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่31 มีนาคม 2546

การเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับวัย

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556


การเลือกของเล่นให้เด็กเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย พ่อแม่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเลือกของเล่นที่ยากเกินไปสำหรับเด็ก เด็กที่เริ่มหัดเล่น พบว่าของเล่นที่ยากเกินความสามารถของเด็กจะทำให้ความตื่นเต้นในของเล่นใหม่ลดลง และเด็กจะให้ความสนใจน้อยมาก นอกจากนี้ความชอบของเด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย
เด็กมักชอบของเล่นที่ใช้ถือหรือกด ซึ่งมีทั้งยากและง่าย ฉะนั้นการเลือกจึงควรเริ่มต้นจากของเล่นที่ง่ายก่อนแล้วจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยากขึ้นตามลำดับ เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความรู้สึกขาดความมั่นใจ ดีที่สุดควรเลือกของเล่นที่ต่ำกว่าอายุเล็กน้อย
สำหรับเด็กที่ขาดประสบการณ์ในการเล่น นอกจากไม่สามารถเล่นได้เท่ากับระดับอายุของเขาแล้ว เด็กยังต้องการคำแนะนำจากผู้ใหญ่อีกด้วย ตัวอย่างเช่น เด็กอายุ 8 ปี ที่มีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ได้เทียบเท่าเด็กอายุ 3 ขวบ ของเล่นสำหรับเขาก็ไม่ควรสูงเกินระดับอายุ 3 ขวบ เช่นกัน
ประเภทของของเล่นสำหรับเด็ก1.ของเล่นประเภทที่เด็กชอบ
2.ของเล่นที่เหมาะสมกับวัยตามพัฒนาการของเด็ก
1. ของเล่นประเภทที่เด็กชอบ
ของเล่นที่ทำให้เด็กพอใจ คือ ของเล่นที่เด็กสามารถเล่นได้ด้วยตัวเอง ในกรณีที่เด็กไม่สามารถบอกได้ว่าชอบแบบไหน ผู้ใหญ่ควรจะทราบเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กชอบในชีวิตประจำวันเสียก่อน แล้วจึงค่อยดึงเอาของเล่นของเล่นรวมเข้าไปด้วย เช่น ถ้าเด็กชอบเสียง ก็ควรเลือกของเล่นประเภทที่มีเสียง เช่น เสียงร้องสัตว์ พวกลากจูงของประเภทที่ใช้ฆ้อนตอกลงไปในรู กล่องที่มีช่องคล้ายตู้ไปรษณีย์เมื่อหย่อนของเล่นลงไปจะทำให้เกิดเสียง ปัจจุบันมีของเล่นที่มีประโยชน์มากมายซึ่งช่วยให้เด็กได้ระบายอารมณ์ เช่น กดปุ่มแล้วมีหน้าสัตว์ยื่นออกมา ดันสวิทซ์แล้วทำให้เกิดเสียงดนตรี เคาะปุ่มแล้วมีรูปภาพปรากฏขึ้น เราสามารถเลือกของเล่นตามความชอบของเด็ก ซึ่งนอกจากเป็นการให้รางวัลกับเด็กแล้วยังสามารถทำให้เด็กมีความสนใจในของเล่นที่ยาวนานอีกด้วย นั่นหมายความว่าเราประสบความสำเร็จในการเลือกของเล่นที่ดีที่สุดให้กับลูกและเสื้อผ้าเด็กอ่อน
2. ของเล่นที่เหมาะสมกับวัยตามพัฒนาการของเด็ก
อายุ 0-6 เดือนของเล่นประเภทที่เด็กสามารถไขว่คว้าได้ พวกโมบาย กระดิ่ง กระจก ของเล่นที่เกี่ยวกับการมอง การถือ ประเภทที่เกี่ยวข้องกับปาก พวกดูด กัด ที่เด็กสามารถเอาเข้าปากได้
เด็กอายุ 6- 12 เดือนของเล่นที่ใช้บีบ เพื่อให้เกิดเสียง ระฆัง สำหรับจับเขย่าของเล่นที่ใช้สำหรับลากดึง แท่งไม้ใหญ่ๆ สำหรับต่อเป็นรูปตึกเอามาเรียงตามแนวตั้งและแนวนอน
เด็กอายุ 12-18 เดือนของเล่นประเภทให้เด็กตอก ดินสอเทียนสำหรับขีดเขียน แต่ไม่ใช่สำหรับการวาดรูป ลูกบอล ฆ้อน ของที่ใช้เสียบใส่ตามช่อง ทราย น้ำ สำหรับให้เด็กเล่น สมุดภาพสำหรับให้เด็กดู
เด็กอายุ 18 เดือน - 2 ขวบกล่องที่มีช่อง 3-4 ช่อง สำหรับใส่แท่งพลาสติกทีมีรูปทรงต่างๆ ฆ้อนตอก หรือที่ใช้กด ห่วงกลมที่มีราวให้สามารถเลื่อนไปมาได้ ดินสอเทียน สำหรับให้เด็กเริ่มต้นเลียนแบบเส้นตรง สมุดภาพสัตว์ สิ่งของเครื่องใช้ เพื่อให้เด็กรู้จักสามารถเรียกชื่อได้ รถยนต์ ตุ๊กตา ของเล่นนุ่มๆ แท่งไม้ชิ้นเล็กๆ สำหรับต่อบ้าน  
เด็กอายุ 2-3 ขวบกล่องที่มีช่องหลายช่องสำหรับใส่รูปทรงต่างๆ ที่ตัดกระดาษ ก้อนไม้สีต่างๆ สำหรับจับคู่สี ของเล่นที่ใช่สร้างบ้าน ดินสอเทียน ดินสอสีไว้ระบายสมุดภาพ ลูกปัดโตๆ สำหรับให้เด็กร้อย
เด็กอายุ 3- 4 ขวบภาพง่ายๆ 6 ชิ้นขึ้นไปเพื่อให้เด็กต่อ แท่งรูปทรงต่างๆ ที่ยากขึ้นสำหรับให้เด็กหยิบใสตรงช่อง รูปภาพสัตว์ สิ่งของง่ายๆ ให้เด็กจับคู่ ของเล่นที่ใช้ต่อประดิษฐ์สิ่งก่อสร้าง บ้านตุ๊กตา ที่ตัดกระดาษ กรรไกร
พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องการให้ลูกอยู่กับตัวเองตามลำพังในช่วงสั้นๆได้บ้าง เด็กที่เป็นลูกคนเดียวมักเคยชินกับการอยู่กับผู้ใหญ่ ทำให้ไม่สามารถแยกอยู่ตามลำพังคนเดียวได้ แต่บางคนก็เคยชินต่อการอยู่ตามลำพังคนเดียว จนไม่ยอมรับที่จะสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ทำให้ขาดประสบการณ์ในการเล่น ไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมได้ ดังนั้นผู้ใหญ่จึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยการสอนให้เด็กรู้จักเล่น เพื่อที่เด็กจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นๆ เป็นการป้องกันปัญหาการปรับตัวที่อาจตามมาเมื่อเด็กเติบโตขึ้น

หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่31 มีนาคม 2546

ท้องใหญ่ ท้องเล็ก มีผลต่อเด็กหรือไม่

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556


มีลูกแล้ว 2 คนค่ะ ช่วยนี้อยากพักก่อน เลยทานยาคุมช่วย ทานมาได้ 4 เดือนแล้ว แต่สงสัยว่าทำไมทานแล้วถึงดูอ้วนขึ้น น้ำหนักขึ้นมาเกือบ 4 กิโล และรู้สึกว่าอยากอาหารมากขึ้น ไม่รู้เกี่ยวกันหรือเปล่า อีกอย่าง ตอนกลางคืนก็มักเจ็บหน้าอก และมีฝ้าขึ้นที่หน้า แต่ก่อนไม่เคยเป็น พอหยุดยาก็หาย ขอคำตอบจากคุณหมอด้วยค่ะ
“ทานยาคุมแล้วทำให้รูปร่างเปลี่ยนนั้น น่าจะเกิดจากผลข้างเคียงของฮอร์โมนครับ ทำให้ผู้ทานเจริญอาหารมากกว่าเดิม พอทานเยอะก็น้ำหนักขึ้น อ้วนง่าย ส่วนที่รู้จักเจ็บเต้านม อาจเกิดจากการคั่งของน้ำในร่างกายที่มากขึ้น ทำให้หน้าอกของผู้ทานขยายใหญ่ เกิดการตึงบริเวณนม จนรู้สึกเจ็บ

…สำหรับเรื่องฝ้าที่หน้า ถึงแม้อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็คงเป็นส่วนน้อยครับ ไม่น่าจะใช่สาเหตุหลัก

อาจเกิดจากที่ผู้ทานออกไปตากแดดเป็นเวลานาน การทาครีมป้องกันก็จะช่วยได้ครับ”

จำเป็นหรือไม่คะ ที่จะต้องทานอาหารเสริมในช่วงตั้งครรภ์ เห็นหลายคนแนะนำให้ทาน แต่ปกติเป็นคนทานเยอะอยู่แล้ว คิดว่าเพียงพออยู่แล้ว อย่างไรก็แนะนำด้วยค่ะ

“อาหารเสริมไม่ได้ช่วยให้ทารกมีสุขภาพแข็งแรงหรือมีพัฒนการที่ดีขึ้นอย่างที่คุณแม่เข้าใจครับ แต่การทานอาหารเสริมในคุณแม่ตั้งครรภ์ ทานเพื่อเสริมสร้างสารอาหารบางอย่างที่แม่ตั้งครรภ์ขาดไปครับ ช่วยให้แม่ตั้งครรภ์มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น เพราะในแม่ตั้งครรภ์หลายคน ก็มีโอกาสที่จะเกิดสารอาหารบกพร่อง หมอจึงแนะนำให้ทานอาหารเสริมเพิ่ม

…สำหรับสารอาหารที่จำเป็นต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ หลักๆ ก็คือ โปรตีน วิตามิน แคลเซียม ส่วนวิตามิน เราจะครอบคลุมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี วิตามินซี เอ ดี อี เค รวมทั้งโฟลิก ซึ่งปกติสารอาหารเหล่านี้ก็จะมีอยู่ในอาหารอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในนม ถ้าเป็นนมปกติ ไม่ใช่นมพร่องมันเนย ก็มีวิตามิน เอ ดี อี เค ซึ่งเป็นวิตามินหลักที่ละลายในไขมัน ถ้าคุณแม่ทานโดยที่ไม่ใช่นมพร่องมันเนย ก็จะได้สารอาหารครบถ้วนอยู่แล้ว ไม่ได้ขาดอะไรครับ”

ปกติแล้วเราสังเกตพัฒนาการของทารกในครรภ์จากการดูท้องว่าเล็กหรือใหญ่ได้ไหมคะ รู้สึกว่าตัวเองท้องเล็กกว่าเกณฑ์ ทั้งที่ตอนนี้ลูกอายุ 4 เดือนแล้ว

“คุณหมอจะวัดดูจากขนาดของทารกครับ ว่าในแต่ละอายุครรภ์มีการเจริญเติบโตมากน้อยเพียงไร ทารกมีน้ำหนักอยู่ในมาตรฐานหรือไม่ โดยจะมีกราฟของทารกที่อยู่ในครรภ์ ว่าแต่ละอายุครรภ์ 18 สัปดาห์ 24 สัปดาห์ 30 สัปดาห์ มีเกณฑ์มาตรฐานเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราวัดแล้ว ทารกมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ก็ถือว่าทารกมีความปกติดีครับ แต่ถ้าพบว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จึงค่อยให้ค่อยการดูแลเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมครับ”

ไปตรวจเมื่อเดือนก่อน ทราบจากคุณหมอว่ามีรกเกาะอยู่ทางด้านหน้าของมดลูก ก็ดูแลเป็นพิเศษ กังวลมาก รู้สึกตลอดเหมือนลูกไม่ค่อยดิ้น คิดไปเองหรือเปล่าไม่ทราบ อยากรู้วิธีสังเกตค่ะ

“คุณแม่จะรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวในท้องครับ ซึ่งลักษณะการเคลื่อนไหวแรก ๆ จะเป็นการกระเพื่อมผ่านทางน้ำคร่ำ ซึ่งหากรกของคุณแม่เกิดมาเกาะทางด้านหน้า อาจทำให้คุณแม่รู้สึกว่าทารกดิ้นช้าลง ซึ่งลักษณะการดิ้นในช่วงไตรมาส 2 ก็จะคล้ายในไตรมาสแรก อาจรู้สึกว่ากระเพื่อมมากกว่าเดิมเล็กน้อย อย่างไรก็โ ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยกว่าปกติ หรือไม่ดิ้นเลย โดยเฉพาะผ่านไปวัน สองวันแล้ว ไม่ดิ้นเลย ควรรีบมาพบแพทย์โดยทันทีครับ”

ขอขอบคุณ โรงพยาบาลกรุงธน 1
โทร. 0-2438-0040-5

ทำอย่างไร? เมื่อลูกซนเป็นโรค "สมาธิสั้น"


           ความซนกับเด็กๆ มักเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ดังคำกล่าวที่ว่า เด็กซนคือเด็กฉลาด แต่ถ้าลูกรักของคุณมีอาการอยู่ไม่สุข อยู่ไม่นิ่ง สมาธิให้จดจ่อกับสิ่งที่ทำได้ หรือซนมากผิดปกติจนกลายเป็นปัญหาคับอกคับใจให้คุณพ่อคุณแม่ต้องนั่งกลุ้มว่าลูกฉันเป็นลิงกลับชาติมาเกิดหรืออย่างไร


ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงขอมาไขปัญหาน่าปวดหัวของคนเป็นพ่อแม่ให้ฟังกัน

          โรคซนสมาธิสั้น Attention Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD) นั้นเป็นปัญหาที่พบบ่อยในช่วงวัยเด็ก (ร้อยละ 5-15 ในเด็กวัยเรียน) ต่อเนื่องจนถึงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ โดยเด็กจะแสดงอาการ คือ ไม่สามารถจดจ่อหรือมีสมาธิในสิ่งที่ทำ (ไม่รวมถึงการเล่นเกม หรือดูทีวี) มีความยากลำบากในการควบคุมพฤติกรรมหรือหุนหันพลันแล่น และซนอยู่ไม่สุข ซึ่งอาการอาจรุนแรงมากจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ทั้งพฤติกรรม อารมณ์ การเรียน และการเข้าสังคมกับผู้อื่น เด็กบางคนอาจซน อยู่ไม่นิ่ง และไม่สามารถควบคุมตนเองเป็นอาการหลัก ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กผู้ชาย หรือบางคนอาจมีอาการสมาธิสั้นเป็นปัญหาหลัก พบได้บ่อยทั้งในเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชาย โรคซนสมาธิสั้นพบได้บ่อยในทุกประเทศทั่วโลก ในต่างประเทศพบว่าประมาณ 3-5% ของเด็กวัยเรียนเป็นโรคนี้

อาการของเด็กแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ คือ

1.ขาดสมาธิ เด็กจะแสดงอาการวอกแวกง่าย ไม่ใส่ใจรายละเอียด หรือเลินเล่อในการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมอื่นๆ ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือการเล่น เบื่อง่าย แม้ว่าเพิ่งเริ่มเล่นหรือทำกิจกรรมไม่กี่นาที มีปัญหาในการจดจ่อหรือจัดระเบียบงานหรือกิจกรรม ไม่สามารถเล่นหรือทำการบ้านได้เสร็จ ขี้หลงขี้ลืมทำของหายบ่อยๆ ดูเหมือนไม่ฟังเวลาพูดด้วย เหม่อ เชื่องช้า และสับสนง่าย ประมวลข้อมูลได้ช้าและไม่มีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับเพื่อนวัยเดียวกัน ไม่สามารถทำตามคำสั่งหรือแนวทางที่ให้ไว้

2.ซนอยู่ไม่สุข เด็กจะมีลักษณะยุกยิก อยู่ไม่สุข หรือบิดตัวไปมาเมื่อต้องนั่งอยู่กับที่ พูดมาก พูดตลอดเวลา วิ่งไปมา เล่นหรือจับของเล่นทุกชิ้นที่เห็น เคลื่อนที่ตลอดเวลาไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ขณะกินอาหาร เรียนหนังสือ หรือทำกิจกรรมที่ต้องนั่งได้ เล่นเสียงดังตลอดเวลา หรือไม่สามารถเล่นหรือทำกิจกรรมเงียบๆ ได้

3.หุนหันพลันแล่น เด็กจะมีพฤติกรรมไม่มีความอดทน พูดโพล่งด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม ชอบขัดจังหวะ หรือพูดแทรกเวลาผู้อื่นกำลังพูดอยู่ แสดงความรู้สึกโดยไม่เก็บอาการ หรือทำสิ่งต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา รอคอยไม่เป็น ชอบแซงคิว

หากเด็กมีอาการในข้อ 1. ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป แสดงว่าเขาน่าจะมีปัญหาสมาธิสั้น

แต่ถ้าเขามีอาการในข้อ 2.และ 3. ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป แสดงว่าเขาน่าจะเป็นเด็กซน-หุนหันพลันแล่น

แต่ถ้ามีอาการทั้ง 3 ข้อ แสดงว่าเขาเป็นเด็กซน สมาธิสั้น

              โดยเด็กต้องแสดงอาการก่อนอายุ 7 ปี มีอาการทั้งที่บ้านและโรงเรียน รวมทั้งอาการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคม การเรียน หรืออาชีพการงานซึ่งสาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นโรคซนสมาธิสั้น

              จากผลการวิจัยในปัจจุบันพบว่า โรคสมาธิสั้นเกิดจากความบกพร่องของสารเคมีที่สำคัญบางตัวในสมองโดยมีกรรมพันธุ์เป็นปัจจัยที่สำคัญ ประมาณ 30-40% ของเด็กสมาธิสั้น จะมีคนในครอบครัวคนใด คนหนึ่งมีปัญหาอย่างเดียวกัน ปัจจัยจากการเลี้ยงดู หรือสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงปัจจัยเสริมที่ทำให้อาการ หรือความผิดปกติดีขึ้น หรือแย่ลง มารดาที่ขาดสารอาหาร ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือถูกสารพิษบางชนิด เช่น ตะกั่ว ในระหว่างตั้งครรภ์ จะมีโอกาสมีลูกเป็นโรคซนสมาธิสั้นสูงขึ้น

              การวิจัยในปัจจุบันยังไม่พบว่าการบริโภคน้ำตาล หรือช็อกโกแลตมากเกินไป การขาดวิตามิน โรคภูมิแพ้ การดูทีวี หรือเล่นวีดีโอเกมมากเกินไปเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคซนสมาธิสั้น เพราะในขณะที่เด็กดูทีวี หรือเล่นวีดีโอเกม เด็กจะถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาพบนจอทีวี หรือ วีดีโอเกมที่เปลี่ยนทุก 2-3 วินาที จึงสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ สมาธิของเด็กมีขึ้นได้จากสิ่งเร้าภายนอก ซึ่งตรงกันข้ามกับสมาธิที่เด็กต้องสร้างขึ้นมาเอง ระหว่างการอ่านหนังสือ หรือทำงานต่างๆ เด็กที่เป็นโรคซนสมาธิสั้นจะขาดสมาธิด้านนี้

              ทั้งนี้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคซนสมาธิสั้น โดยอาศัยประวัติที่ละเอียด การตรวจร่างกาย การตรวจระบบประสาท และการสังเกตพฤติกรรมของเด็กเป็นหลักในปัจจุบันยังไม่มีการตรวจเลือด หรือเอ็กซเรย์สมองที่สามารถนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคสมาธิสั้น ในบางกรณี แพทย์จำเป็นต้องอาศัยการตรวจอื่น ๆ เช่น การตรวจสายตา (vision test) การตรวจการได้ยิน (Hearing test) การตรวจคลื่นสมอง (EEG) การตรวจเชาวน์ปัญญา และความสามารถทางการเรียน เพื่อช่วยวินิจฉัยแยกโรคลมชัก ความบกพร่องทางสายตา การได้ยิน หรือภาวะการเรียนบกพร่อง (Learning Disorder) ออกจากโรคซนสมาธิสั้น

                นอกจากนี้ โรคออทิสติก โรคจิตเภท ภาวะพัฒนาการล่าช้า และโรคทางจิตเวชอื่นๆ ในเด็ก เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า สามารถทำให้เด็กแสดงอาการ หรือพฤติกรรมเหมือนกับเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น

                การรักษาโรคสมาธิสั้นหรือผู้ที่มีภาวะสมาธิบกพร่องนั้นปัจจุบันนั้น วิธีที่ยอมรับกันทั่วไปว่าได้ผลดี คือ การให้ยาเพิ่มสมาธิ ร่วมกับการฝึกเทคนิคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยและผู้ดูแล และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวัน โดยผู้ป่วย และผู้ปกครองต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโรคนี้ให้เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง เพื่อที่จะช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านั้นให้ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข การรักษาเด็กซนสมาธิสั้นที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด คือ การผสมผสานการรักษาหลายๆ ด้านเข้าด้วยกัน

1.การรักษาด้วยยา
2.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการช่วยเหลือทางด้านจิตใจสำหรับเด็ก และครอบครัว
3.การช่วยเหลือทางด้านการเรียน

การรักษาด้วยยา ยาเพิ่มสมาธิ ปัจจุบันมีการนำยามาใช้เพื่อเพิ่มสมาธิหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่

1.ยาในกลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้น (psychostimulant medications) ยาในกลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้นถือเป็นยาที่ใช้ได้ผลดีสำหรับโรคสมาธิสั้น ยาเหล่านี้เป็นยาที่ปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อย และมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง โดยจะช่วยให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น ซนน้อยลง ดูสงบลง อีกทั้งมีความสามารถในการควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น และอาจช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้น ผลที่ตามมาเมื่อเด็กได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เด็กรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้น และยังช่วยทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนรอบข้างดีขึ้นอีกด้วย รายงานทางการแพทย์ล่าสุดพบว่าการรักษาเด็กสมาธิสั้นด้วยยาในกลุ่มนี้ได้ผลดีถึงร้อยละ 70-90
- Methylphenidate (Ritalin, Metadate, Concerta)
- Amphetamine (Dexedrine, Dextrostat, Adderall)

2.ยาใหม่ในกลุ่มที่ไม่กระตุ้น (non-stimulant) ยาในกลุ่มนี้เรียกว่า "non-stimulant" หมายถึงไม่กระตุ้นสมอง และระบบประสาท แต่เมื่อศึกษาลึกลงไปถึงกลไกการออกฤทธิ์แล้วกลับไม่พบความแตกต่างกับยาในกลุ่มแรก Atomoxetine (Strattera) เป็นยาที่ได้รับการวิจัยอย่างมากที่สุดในปัจจุบัน และใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ในแง่ผลข้างเคียงของยานี้ถือว่าน้อยมาก และพบว่าเมื่อใช้ยานี้ร่วมกับการบำบัดทางด้านพฤติกรรมแล้ว จะช่วยให้เด็กเคารพกฎเกณฑ์ และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับพ่อแม่ และบุคคลรอบข้าง

3.ยาออกฤทธิ์ต้านเศร้า (antidepressant) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง รู้จักกันในชื่อของ antidepressant medications ยาในกลุ่ม tricyclic antidepressants (TCA) ที่นำมาใช้รักษา ได้แก่ imipramine, desipramine, nortripyline งานวิจัยพบว่า bupropion (Wellbutrin) ช่วยลดอาการซน และขาดความสามารถในการควบคุมตัวเองได้มาก และยังช่วยเพิ่มสมาธิในกรณีที่เด็กขาดสมาธิ เช่น ไม่มีสมาธิในขณะทำงานหรือเล่น ไม่ค่อยฟังเวลาพูดด้วย วอกแวกง่าย ทำของใช้ส่วนตัวหายบ่อยๆ ขี้ลืมบ่อยๆ และมักไม่สามารถทำงานที่ครูหรือพ่อแม่สั่งจนสำเร็จ เด็กที่มีปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น ซึมเศร้า กระวนกระวาย อารมณ์แปรปรวน การใช้ยาออกฤทธิ์ต้านเศร้าร่วมกับกลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้นจะได้ผลดีกว่าการใช้ยาออกฤทธิ์กระตุ้นเพียงอย่างเดียว

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการช่วยเหลือทางด้านจิตใจสำหรับเด็ก และครอบครัว ผู้ปกครอง และครูของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น จำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อช่วยในการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบางอย่างของเด็ก การตี หรือการลงโทษทางร่างกาย เป็นวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ได้ผล และจะมีส่วนทำให้เด็กมีอารมณ์โกรธ หรือแสดงพฤติกรรม คือ ต่อต้าน และก้าวร้าวมากขึ้น วิธีการที่ได้ผลดีกว่า คือ การให้คำชม หรือรางวัล (positive reinforcement) เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ถูกต้อง และเหมาะสม รวมถึงการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยการงดกิจกรรมที่เด็กชอบ หรือตัด สิทธิพิเศษ (negative reinforcement) เด็กซนสมาธิสั้นควรมีโอกาสได้คุยกับแพทย์ เพื่อที่แพทย์จะได้ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อจำกัดที่ตัวเด็กมี และช่วยแนะนำแนวทางปฏิบัติตัว โดยเน้นให้เด็กได้ใช้ความสามารถด้านอื่นทดแทนในส่วนที่บกพร่อง ในบางราย ครอบครัวบำบัด (Family Therapy) ก็มีความจำเป็นสำหรับครอบครัวที่มีปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว เพื่อลดความวิตกกังวล และความเครียดของเด็ก

การช่วยเหลือทางด้านการเรียน เด็กสมาธิสั้นส่วนใหญ่จะมีปัญหาการเรียน หรือเรียนได้ไม่เต็มศักยภาพร่วมด้วย ดังนั้น ครูจึงมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้นให้เรียนได้ดีขึ้น

ข้อแนะนำสำหรับครูในการช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น คือ จัดให้เด็กนั่งหน้าชั้น หรือใกล้ครูให้มากที่สุดในขณะสอน, จัดให้เด็กนั่งอยู่กลางห้อง หรือให้ไกลจากประตู หน้าต่าง เพื่อลดโอกาสที่เด็กจะถูกทำให้วอกแวก โดยสิ่งต่าง ๆ นอกห้องเรียน, เขียนการบ้าน หรืองานที่เด็กต้องทำในชั้นเรียนให้ชัดเจนบนกระดานดำ, ตรวจสมุดจดงานของเด็ก เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจดงานได้ครบ, อย่าสั่งงานให้เด็กทำ (ด้วยวาจา) พร้อมกันทีเดียวหลาย ๆ คำสั่ง ควรให้เวลาให้เด็กทำเสร็จทีละอย่างก่อนให้คำสั่งต่อไป, คิดรูปแบบวิธีเตือน หรือเรียกให้เด็กกลับมาสนใจบทเรียน โดยไม่ให้เด็กเสียหน้า, จัดให้เด็กที่อยู่ไม่สุข มีโอกาสใช้พลังงานในทางสร้างสรรค์ เช่น มอบหมายหน้าที่ให้ช่วยครูเดินแจกสมุดให้เพื่อน ๆ ในห้อง เป็นต้น ให้คำชมเชย หรือรางวัล เมื่อเด็กปฏิบัติตัวดี หรือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์, หลีกเลี่ยงการใช้วาจาตำหนิ ว่ากล่าวรุนแรง หรือทำให้เด็กอับอายขายหน้า, หลีกเลี่ยงการตี หรือการลงโทษทางร่างกาย เมื่อเด็กกระทำผิด, ใช้การตัดคะแนน งดเวลาพัก ทำเวร หรืออยู่ต่อหลังเลิกเรียน (เพื่อทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ) เมื่อเด็กทำความผิด, ให้เวลากับเด็กนานขึ้นกว่าเด็กปกติระหว่างการสอน,

หากพบว่ามีวิธีการใดที่บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวควรแจ้งให้ผู้ปกครองและแพทย์ผู้ดูแลรักษาทราบ เพื่อเป็นแนวทางร่วมกันในการปฏิบัติต่อเด็ก ก่อให้เกิดการเรียนรู้ไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อผ่านวัยรุ่นประมาณ 30% ของเด็กซนสมาธิสั้นมีโอกาสหายจากอาการซนได้ แต่จะยังคงมีความบกพร่องของสมาธิอยู่ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าเด็กดูเหมือนจะซนน้อยลง และสามารถในการควบคุมตนเองดีขึ้น เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว บางคนหากสามารถปรับตัว และเลือกงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้สมาธิมากนักก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ และดำเนินชีวิตได้ตามปกติ บางคนอาจจะยังคงมีอาการของโรคสมาธิสั้นอยู่มาก ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการศึกษาต่อการงาน และการเข้าสังคมกับผู้อื่น ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ไวรัสโรต้าอาจทำลูกรัก พัฒนาการชะงัก

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556


คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมครับว่า การติดเชื้อไวรัสโรต้าที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงอย่างรุนแรงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและการเรียนรู้ของลูกน้อยด้วย! โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่มีอาการท้องเสียจากการติดเชื้อซ้ำๆ หรือมีอาการท้องเสียเรื้อรัง แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะครับ ผมมีคำแนะนำดีๆและวิธีป้องกันมาฝากครับ

ไวรัสโรต้า เชื้อโรคร้ายที่ต้องระวัง
     เชื้อไวรัสโรต้า เป็นเชื้อที่มีชีวิตอยู่ได้หลายชั่วโมงบนมือหรือหลายวันบนพื้นผิวทั่วไป และฝังตัวอยู่ในอุจจาระมนุษย์เราได้นานเป็นสัปดาห์ การติดเชื้อไวรัสโรต้าอาจจะมาจากการกินอาหารที่ปนเปื้อน การสัมผัสพื้นผิวต่างๆ หรือการสัมผัสมือของคนอื่น คุณแม่ที่มีลูกเล็ก ต้องระวังและคอยเตรียมพร้อมป้องกันเจ้าเชื้อไวรัสโรต้านี้เพราะเชื้อโรต้าเป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงรุนแรงพบได้บ่อยในเด็กตั้งแต่ 6 เดือน เด็กที่ติดเชื้อจะมีอาการท้องร่วง อาเจียนซ้ำ และมีไข้ บางรายที่เป็นมากอาจทำให้ลูกน้อยต้องนอนโรงพยาบาลไปหลายวันหรือเสียชีวิตได้หากเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงและรักษาไม่ทัน และที่สำคัญอาการท้องร่วงไม่ว่าจะรุนแรงหรือไม่รุนแรงจะมีผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูกได้ครับ

   ติดเชื้อโรต้าส่งผลกระทบต่อพัฒนาการลูก เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสโรต้าแล้ว บางคนต้องนอนโรงพยาบาลเพราะเกิดภาวะขาดน้ำ ถ้าเป็นในเด็กทารกที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน มีโอกาสต้องนอนโรงพยาบาลมากถึง 20-50% มีการศึกษาพบว่าเด็กที่ท้องร่วงซ้ำๆจาการติดเชื้ออาจส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ เพราะเมื่อติดเชื้อร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารและเกลือแร่ได้ ทำให้การพัฒนาทางร่างกายและสมองของลูกหยุดชะงัก ผลคือเด็กในวัยก่อน 7 ปี จะเตี้ยกว่าเด็กวัยเดียวกันได้และหากเด็กที่ท้องร่วงซ้ำๆ ก่อนวัย 2 ปี จะอาจทำให้มี IQ ต่ำกว่าเด็กวัยเดียวกันได้เด็กอาจเรียนรู้ช้า ไวรัสโรต้าป้องกันได้ตั้งแต่ลูก 2 เดือน

    แน่นอนว่าคงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากเห็นลูกป่วย ไม่ว่าจะป่วยด้วยโรคอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด รวมไปถึงการติดเชื้อจากไวรัสโรต้าด้วยใช่มั้ยครับ แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันได้ด้วยการให้ดื่มนมแม่ และรักษาความสะอาดและในปัจจุบันมีวัคซีนทางเลือกที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ เป็นชนิดกินแบบ 2 ครั้ง และ 3 ครั้ง โดยวัคซีนที่กิน 2 ครั้ง ให้เมื่อเด็กอายุ 2 และ 4 เดือน ทำให้เด็กๆ ได้รับการป้องกันที่เร็วขึ้น สำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็กอายุ 2 เดือน ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับการป้องกันนะครับ

  ข้อความโดย นพ.วรมันต์ ไวดาบ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคติดเชื้

 

Most Reading