ads 728x90

ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี
เป็นหัวใจสำคัญของการกระตุ้นให้แม่ผลิตน้ำนม คุณแม่ท่านนี้คลอดธรรมชาติจริงๆ ไม่ได้ยาแก้ปวดใดๆ เมื่อลูกออกมา ประสาทตื่นตัวเต็มที่ เมื่อนำมาวางไว้ใกล้ๆหัวนมแม่ จะสามารถหาหัวนมแม่และเริ่มต้นดูดนมแม่ได้เองภายใน 13 นาที
     ดูดบ่อย ทุก 2-3 ชม.นับจากดูดเสร็จครั้งก่อน ลูกหลับมากช่วง 1-2 วันแรก เป็นเพราะยังมีพลังงานสำรองอยู่ ต้องคอยปลุกให้ดูด แต่เมื่อกลับบ้าน เริ่มรู้ตัวแล้วว่าคลอดออกมาแล้ว จะเรียกร้องขอดูดนมแม่ตลอดเวลา แม่จึงควรเอามาดูดคาเต้าหลับกันไปทั้งแม่และลูก
     ดูดถูกวิธี (ท่าดูดถูกต้องและลูกไม่มีพังผืดใต้ลิ้น) เพื่อให้ลูกอมลานนมได้ลึกพอที่จะไม่ทำให้เจ็บหัวนม จึงจะกระตุ้นการสร้างน้ำนมได้ดีและเพิ่มการผลิตได้มากขึ้นเรื่อยๆ
     อย่าคิดว่าการที่ลูกขอดูดตลอดเวลาและวางให้นอนเองไม่ได้ เป็นอาการของการได้รับนมไม่พอ นั่นเป็นสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด เพราะถ้าลูกยอมให้แม่วางโดยไม่โวยวาย แม่ก็อาจออกนอกถ้ำไปนานๆ ไม่กลับมาให้ลูกได้ดูดบ่อยๆ ทำให้ลูกได้นมไม่เพียงพอ แต่พอลูกถูกวาง ก็จะรู้สึกตัวเพราะตอนอยู่ในท้องลอยอยู่ในน้ำคร่ำ จึงชินกับการเคลื่อนไหว พออยู่นิ่งหรือนานเกินไป ก็มีอาการเหมือนเมาบกนั่นเอง วิธีแก้ไข คือ การอุ้มเดิน เปลไกว เซิ้งกระติ๊บ จะได้ไม่ต้องกินนมพร่ำเพรื่อ หากพบว่าอึ ฉี่บ่อย ครบจำนวนแล้ว (2,6 ครั้ง/วัน)
     ส่วนการขยับปากพร่ำเพรื่อ หากได้นมพอแล้ว อึ ฉี่ ครบ ให้ดูดจุกหลอกหรือดูดนมแม่เหี่ยวๆ
หลัง 3 เดือน ลูกปรับตัวกับโลกใบใหม่ได้แล้ว จะกลายเป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ น่ารัก เลี้ยงง่าย มองโลกในแง่ดี และเป็นกันเองกับพ่อแม่มากขึ้น จริงๆค่ะ
     ขอขอบคุณ https://www.facebook.com/thaibreastfeeding

การทำ stock นมของตัวเอง

[โดยคุณหมออรพร] working mom หลายคน ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการทำ stock นมของตัวเอง เลยอยากจะสรุป (จากความคิดเห็นและประสบการณ์ของตัวเองนะคะ) ดังต่อไปนี้
              .... ช่วงสัปดาห์แรก .... ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการปั้มนมเก็บหรือการทำ stock นม เพราะเป็นช่วงเวลาที่ควรให้ลูกเข้าเต้ามากที่สุด โดยธรรมชาติของเด็กวัยนี้ก็กินนอนไม่เป็นเวลา ดูดนมบ่อยอยู่แล้ว มีการกระตุ้นการสร้างน้ำนมโดยธรรมชาติ ถ้าไม่คัดจริงๆ อาจไม่ต้องฝืนปั้มนม พยายามให้ลูกดูดให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการกินจากขวด หรือการดูดจุกนมปลอม เพื่อป้องกันปัญหาการสับสนหัวนม
              ช่วง 1 เดือนแรก .... หลายคนเริ่มนอนยาวมากขึ้น อาจถึง 4-5 ชั่วโมง ถ้าคุณแม่ท่านไหน โชคดี มีลูกเลี้ยงง่ายแบบนี้จะเริ่มมีเวลาที่เต้านมคัดตึง โดยเฉพาะช่วงกลางดึก ที่ลูกหลับยาวๆ ตอนนี้ล่ะค่ะ เราน่าจะสบายใจที่จะปั้มนมมากขึ้นและเริ่มเก็บ stock นมได้ แต่ถ้าคุณแม่ท่านไหน ลูกยังตื่นบ่อย ดูดบ่อย จนตัวเองยังไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน เราอาจเริ่มเก็บ stock ช้ากว่านั้นได้ ความพร้อมแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ บางคนห่วงการทำ stock นมจนไม่ให้ลูกเข้าเต้า มัวแต่ปั้ม
              ช่วง 2-3 เดือน...คุณแม่ working ส่วนใหญ่ ต้องเตรียมตัวไปทำงานแล้ว แ้ต่ธรรมชาติของทารกในวัยนี้ก็นอนยาวมากขึ้น น่าจะพอมีเวลาที่จะปั้มนมได้ โดยไม่ต้องอดหลับอดนอนมากนัก ไม่เป็นแพนด้าตาดำเลี้ยงลูก stock นมของเราจะเริ่มมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งหวังว่าจะได้เป็นตู้ใหญ่ๆ นะคะ อย่างน้อย มีแค่พอกินวันต่อวันก็ใช้ได้แล้ว ที่สำคัญ ช่วงนี้ อาจหัดให้ลูกดูดขวดนมเตรียมพร้อมที่จะให้คนอื่นเลี้ยงต่อเวลาเราไปทำงานได้
              ช่วงหลัง 3 เดือน คุณแม่ไปทำงานกันแล้ว บางคนบอกว่า ถ้าหนีไปปั้มนมทุก 3 ชั่วโมง คงจะถูกไล่ออกกันพอดี จริงๆ แล้ว ถ้าจะเลียนแบบการกินของลูก วัยนี้จะเริ่มกินห่างมากขึ้น ทุก 4-5 ชั่วโมง เราอาจปั้มนมตอนเช้า ก่อนออกไปทำงาน ตอนพักกลางวันที่ทำงาน ตอนเย็น...ถ้าใครเลิกช้าหน่อย อาจปั้มที่ทำงานก่อนกลับบ้าน หรือใครเลิกเร็ว 4-5 โมงเย็นก็กลับมาปั้มที่บ้านก็ได้ ขอแค่ว่า การปั้มแต่ละครั้ง ขอให้ปั้มให้เกลี้ยงเต้าจริงๆ แล้วร่างกายก็จะมีกลไกกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้มากขึ้นเอง หลังจากกลับบ้านให้ลูกดูดจากเต้า ไม่ต้องใช้นม stock ตอนกลางคืน แล้วแต่คน จะปั้มเก็บก็ได้ ถ้ามีอาการคัดเต้านม อันนี้ตามอัธยาศัยค่ะ เราจะรู้สึกว่า ช่วงนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ปั้มนมทำ stock ได้มากที่สุด stock นมจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น เพียงพอสำหรับลูกของเราไปเรื่อยๆ ถ้าเราขยัีนและมีความสม่ำเสมอ หน้าที่การงานก็สามารถทำได้ตามปกติ เราทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกจะเลิกกินนมเลย.....
              .....ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ควบคู่ไปกับการที่คุณแม่ดูแลสุขภาพตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ กินน้ำให้มาก หาเวลาออกกำลังกายบ้าง และให้ลูกดูดเต้าอย่างสม่ำเสมอนะคะ
              .....การทำ stock นมของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวัน หน้าที่การงาน ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม อย่าเครียดกับการนั่งทำ stock นม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ควรเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข คุณแม่ลองปรับเวลาการทำ stock นม ให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของตัวเองนะคะ ....
ขอให้ทุกคน มีความสุขกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ค่ะ
www.facebook.com/kids.room.5

นมแม่ กินได้นานเท่าไหร่กันแน่

นมแม่ กินได้นานเท่าไหร่กันแน่
บางคนบอกว่าหลัง 6 เดือน บางคนบอก 1 ปี บางคนบอก 3 เดือนเท่านั้น
แต่! องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า
* ทารกควรกินนมแม่ล้วน 6 เดือนแรก คือนมแม่เท่านั้นค่ะ ไม่ต้องทานน้ำ น้ำส้ม กล้วยหรืออาหารเสริมใดๆ
** หลัง 6 เดือนให้ลูกกินนมแม่ต่อไป ควบคู่กับอาหารตามวัยจน 2 ปี
***หรือให้กินนมแม่ได้นานกว่านั้น เพราะนมแม่ยังมีประโยชน์และภูมิคุ้มกันตราบใดที่น้ำนมยังผลิตอยู่
หลัง 6 เดือน เด็กที่กินนมแม่หรือนมผสมจะต้องการสารอาหารมากขึ้น ไม่ต่างกัน
จึงสำคัญมากที่เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไปได้รับอาหารตามวัยที่เหมาะสม <ไม่ใช่นมแม่หมดคุณค่านะคะ>
อย่างไรก็ตาม อาหารที่แพ้ง่ายเช่น ไข่ขาว+อาหารทะเล+นมวัว ควรรอหลัง 1 ขวบค่อยให้ลองชิมได้หากต้องการ
หากต้องการเพิ่มน้ำหนัก วัย 1+ ขวบควรเน้นอาหาร 3 มื้อให้ครบ 5 หมู่
นมวัว/ขนม/นมพี/โปรตีนผงไม่ใช่อาหารที่เด็กจำเป็นต้องทานค่ะ
ภาพถ่ายจากหนังสือ Breastfeeding Atlas รายละเอียดหนังสือ http://www.thaibreastfeeding.org/news/1199
ขอขอบคุณ https://www.facebook.com/thaibreastfeeding

นมแม่ กินได้นานเท่าไหร่กันแน่

นมแม่ กินได้นานเท่าไหร่กันแน่
บางคนบอกว่าหลัง 6 เดือน บางคนบอก 1 ปี บางคนบอก 3 เดือนเท่านั้น
แต่! องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า
* ทารกควรกินนมแม่ล้วน 6 เดือนแรก คือนมแม่เท่านั้นค่ะ ไม่ต้องทานน้ำ น้ำส้ม กล้วยหรืออาหารเสริมใดๆ
** หลัง 6 เดือนให้ลูกกินนมแม่ต่อไป ควบคู่กับอาหารตามวัยจน 2 ปี
***หรือให้กินนมแม่ได้นานกว่านั้น เพราะนมแม่ยังมีประโยชน์และภูมิคุ้มกันตราบใดที่น้ำนมยังผลิตอยู่
หลัง 6 เดือน เด็กที่กินนมแม่หรือนมผสมจะต้องการสารอาหารมากขึ้น ไม่ต่างกัน
จึงสำคัญมากที่เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไปได้รับอาหารตามวัยที่เหมาะสม <ไม่ใช่นมแม่หมดคุณค่านะคะ>
อย่างไรก็ตาม อาหารที่แพ้ง่ายเช่น ไข่ขาว+อาหารทะเล+นมวัว ควรรอหลัง 1 ขวบค่อยให้ลองชิมได้หากต้องการ
หากต้องการเพิ่มน้ำหนัก วัย 1+ ขวบควรเน้นอาหาร 3 มื้อให้ครบ 5 หมู่
นมวัว/ขนม/นมพี/โปรตีนผงไม่ใช่อาหารที่เด็กจำเป็นต้องทานค่ะ
ภาพถ่ายจากหนังสือ Breastfeeding Atlas รายละเอียดหนังสือ http://www.thaibreastfeeding.org/news/1199
ขอขอบคุณ https://www.facebook.com/thaibreastfeeding

การทำ stock นมของตัวเอง

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556


[โดยคุณหมออรพร] working mom หลายคน ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการทำ stock นมของตัวเอง เลยอยากจะสรุป (จากความคิดเห็นและประสบการณ์ของตัวเองนะคะ) ดังต่อไปนี้
                            .... ช่วงสัปดาห์แรก .... ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการปั้มนมเก็บหรือการทำ stock นม เพราะเป็นช่วงเวลาที่ควรให้ลูกเข้าเต้ามากที่สุด โดยธรรมชาติของเด็กวัยนี้ก็กินนอนไม่เป็นเวลา ดูดนมบ่อยอยู่แล้ว มีการกระตุ้นการสร้างน้ำนมโดยธรรมชาติ ถ้าไม่คัดจริงๆ อาจไม่ต้องฝืนปั้มนม พยายามให้ลูกดูดให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการกินจากขวด หรือการดูดจุกนมปลอม เพื่อป้องกันปัญหาการสับสนหัวนม
                           ช่วง 1 เดือนแรก .... หลายคนเริ่มนอนยาวมากขึ้น อาจถึง 4-5 ชั่วโมง ถ้าคุณแม่ท่านไหน โชคดี มีลูกเลี้ยงง่ายแบบนี้จะเริ่มมีเวลาที่เต้านมคัดตึง โดยเฉพาะช่วงกลางดึก ที่ลูกหลับยาวๆ ตอนนี้ล่ะค่ะ เราน่าจะสบายใจที่จะปั้มนมมากขึ้นและเริ่มเก็บ stock นมได้ แต่ถ้าคุณแม่ท่านไหน ลูกยังตื่นบ่อย ดูดบ่อย จนตัวเองยังไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน เราอาจเริ่มเก็บ stock ช้ากว่านั้นได้ ความพร้อมแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ บางคนห่วงการทำ stock นมจนไม่ให้ลูกเข้าเต้า มัวแต่ปั้ม
                           ช่วง 2-3 เดือน...คุณแม่ working ส่วนใหญ่ ต้องเตรียมตัวไปทำงานแล้ว แ้ต่ธรรมชาติของทารกในวัยนี้ก็นอนยาวมากขึ้น น่าจะพอมีเวลาที่จะปั้มนมได้ โดยไม่ต้องอดหลับอดนอนมากนัก ไม่เป็นแพนด้าตาดำเลี้ยงลูก stock นมของเราจะเริ่มมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งหวังว่าจะได้เป็นตู้ใหญ่ๆ นะคะ อย่างน้อย มีแค่พอกินวันต่อวันก็ใช้ได้แล้ว ที่สำคัญ ช่วงนี้ อาจหัดให้ลูกดูดขวดนมเตรียมพร้อมที่จะให้คนอื่นเลี้ยงต่อเวลาเราไปทำงานได้
                           ช่วงหลัง 3 เดือน คุณแม่ไปทำงานกันแล้ว บางคนบอกว่า ถ้าหนีไปปั้มนมทุก 3 ชั่วโมง คงจะถูกไล่ออกกันพอดี จริงๆ แล้ว ถ้าจะเลียนแบบการกินของลูก วัยนี้จะเริ่มกินห่างมากขึ้น ทุก 4-5 ชั่วโมง เราอาจปั้มนมตอนเช้า ก่อนออกไปทำงาน ตอนพักกลางวันที่ทำงาน ตอนเย็น...ถ้าใครเลิกช้าหน่อย อาจปั้มที่ทำงานก่อนกลับบ้าน หรือใครเลิกเร็ว 4-5 โมงเย็นก็กลับมาปั้มที่บ้านก็ได้ ขอแค่ว่า การปั้มแต่ละครั้ง ขอให้ปั้มให้เกลี้ยงเต้าจริงๆ แล้วร่างกายก็จะมีกลไกกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้มากขึ้นเอง หลังจากกลับบ้านให้ลูกดูดจากเต้า ไม่ต้องใช้นม stock ตอนกลางคืน แล้วแต่คน จะปั้มเก็บก็ได้ ถ้ามีอาการคัดเต้านม อันนี้ตามอัธยาศัยค่ะ เราจะรู้สึกว่า ช่วงนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ปั้มนมทำ stock ได้มากที่สุด stock นมจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น เพียงพอสำหรับลูกของเราไปเรื่อยๆ ถ้าเราขยัีนและมีความสม่ำเสมอ หน้าที่การงานก็สามารถทำได้ตามปกติ เราทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกจะเลิกกินนมเลย.....
                           .....ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ควบคู่ไปกับการที่คุณแม่ดูแลสุขภาพตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ กินน้ำให้มาก หาเวลาออกกำลังกายบ้าง และให้ลูกดูดเต้าอย่างสม่ำเสมอนะคะ
                           .....การทำ stock นมของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวัน หน้าที่การงาน ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม อย่าเครียดกับการนั่งทำ stock นม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ควรเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข คุณแม่ลองปรับเวลาการทำ stock นม ให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของตัวเองนะคะ ....
ขอให้ทุกคน มีความสุขกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ค่ะ
www.facebook.com/kids.room.5


แม่ให้นมดื่มชา-กาแฟได้ค่ะ แต่ควรระวังอย่าทานมาก และระวังลูกแพ้โปรตีนนมวัวผ่านมแม่


แม่ให้นมดื่มชา-กาแฟได้ค่ะ แต่ควรระวังอย่าทานมาก และระวังลูกแพ้โปรตีนนมวัวผ่านมแม่ บางคนกินกาแฟแล้วไม่มีผลต่อการนอนของลูก แต่บางคนจิบโคล่าไปครึ่งแก้วเท่านั้น คุณลูกกลับตาค้างไม่ยอมนอน เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น?
1. คนที่กินกาแฟเป็นประจำอยู่แล้วตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ ลูกในท้องจะเคยชินกับระดับคาเฟอีนที่ได้รับ (แต่พอไม่ได้คาเฟอีนในช่วงแรกเกิด อาจดูเหมือนจะซึมง่วงได้) สำหรับแม่ท้องที่ไม่ค่อยดื่มกาแฟ ลูกจะไม่ชินกับคาเฟอีนจึงทำให้นอนหลับไม่สนิท หงุดหงิด งอแง
** แต่อย่างไรก็ไม่ใช่ว่าจะแนะนำให้แม่ตั้งครรภ์กินกาแฟนะคะ บำรุงแทบแย่ แต่กินกาแฟแก้วเดียว ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารน้อยลง เท่ากับบำรุงเสียเปล่าค่ะ การดื่มกาแฟมากๆ อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของทารก แถมถ้าทานกาแฟนม แม่และลูกจะได้รับนมวัวเกินความจำเป็น ไปกระตุ้นให้ลูกในครรภ์เป็นภูมิแพ้ได้ค่ะ

2. ถ้าเป็นห่วงเรื่องคาเฟอีนในน้ำนม ก็ลูกกินนมแม่ก่อนแม่ทานกาแฟค่ะ (เลือกไม่ให้ให้นมหรือปั๊มนม 2 ชม.หลังจากที่ได้ดื่มกาแฟ เพราะจะเป็นช่วงที่วัดระดับคาเฟอีนได้สูงที่สุด หลังจากนั้นระดับคาเฟอีนจะลดลงเอง จะปั๊มหรือไม่ปั๊มออกก็ได้ค่ะ)

3. สำหรับคุณแม่ที่ลูกๆ ยังเบบี๋มากๆ (เล็กกว่า 6 เดือน) คาเฟอีนที่ถูกส่งผ่านไปถึงทารกจะอยู่ในตัวลูกนานกว่า เพราะตับที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ จึงควรระวังการสะสมของคาเฟอีนในร่างกายลูกค่ะ

4. สรรพคุณของคาเฟอีนในชา กาแฟ โคล่า โกโก้ ทำให้กระปรี้กระเปร่าค่ะ แต่มันมีสรรพคุณในการขับน้ำและลดการดูดซึมของสารอาหารต่างๆ ดังนั้นถ้าจะทานก็ไม่ควรทานพร้อมกับวิตามิน (ลดการดูดซึม ประสิทธิภาพของวิตามินจะต่ำลง) และควรทานน้ำให้มากขึ้นเพื่อทดแทนน้ำนมถูกขับออกมา และควรทานกาแฟพร้อมนมถั่วเหลืองที่มีแคลเซี่ยม ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนได้

5. การกินกาแฟที่เข้มข้น หรือปริมาณมากกว่า 3 แก้วต่อวัน ทำให้ระดับธาตุเหล็กในนมแม่ลดลงถึง 30% ค่ะ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ http://www.breastfeeding.asn.au/bfinfo/drugs.html

แพ้โปรตีนแปลกปลอมในนมแม่/แพ้นมวัว


ลูกแพ้โปรตีนแปลกปลอมได้ตั้งแต่ในท้องแม่นะคะ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรระวังอย่าทานนมวัวนมถั่วหรือไข่มากๆ ทานนมวันละกล่อง+แคลเซี่ยมเม็ดและอาหารธรรมชาติเช่นงาดำป่น ปลาเล็กค่ะ

โปรตีนนมและไข่ขาว (albumin) มีขนาดใหญ่กว่าโปรตีนธรรมชาติของคน เมื่อร่างกายเจอโปรตีนนมวัวในปริมาณมากๆ บางคนที่มีประวัติแพ้อยู่แล้วจะยิ่งถูกกระตุ้นและจะ "ไว" ต่อสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ ร่างกายของทารกก็ยิ่งพยายามต่อสู้กับโปรตีนแปลกปลอมและออกอาการเป็นผื่น ผิวสากๆ เสมหะเยอะ หายใจครืดคราด ลมเยอะ ถ่ายเป็นเลือดค่ะ

บางคนก็ไปหาหมอ หมอก็อธิบายไม่ได้ แต่กลับบอกว่าแพ้นมแม่หรือนมแม่เป็นพิษ (ซะงั้น ลูกแม่จะแพ้นมแม่ได้อย่างไรเน้อ) แต่ที่จริงก็เป็นเพราะโปรตีนแปลกปลอมในนมแม่อันเนื่องจากอาหารที่แม่ทานค่ะ

พอแม่งดนมวัวนมถั่ว ลูกก็หาย พอมาทานใหม่ ลูกก็เป็นอีก ดังนั้นแม่จะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าตนทานอะไรและลูกจะมีอาการนะคะ วิธีรักษาคือให้กินนมแม่ตามปกติ แต่แม่เลี่ยงการกระตุ้น คืองดทานสิ่งที่ลูกแพ้ค่ะ พอลูกโตขึ้น ลำไส้แข็งแรงขึ้น เค้าจะรับต่อโปรตีนเหล่านี้ได้ดีขึ้นนะคะ


ขอขอบคุณ https://www.facebook.com/thaibreastfeeding?fref=ts


 

Most Reading